ระดับ “ความเงิบ” ของมุมในฝัน

ทุกการเดินทางเริ่มต้นด้วยความฝัน โดยเฉพาะช่างภาพและนักท่องเที่ยวที่มักจะมีภาพในฝัน ที่สักครั้งในชีวิต ขอไปย่ำรอย กดภาพมุมในฝันด้วยมือตัวเอง ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เห็นภาพสวยๆ ก็ร้องซีดสส์ แล้วรีบ Save ภาพ พร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับภาพนั้นไว้ในแฟ้ม “ก่อนตายกูต้องไปให้ได้” และไม่ลืมที่จะตั้งชื่อภาพในฝันเหล่านั้นตามประเทศ และชื่อสถานที่ เช่น Dolomite – Italy, Patagonia – Argentina, หรือ Lake Tekapo – New Zealand เพื่อง่ายแก่การสืบค้นภายหลัง และเฝ้ารอว่า เมื่อเงิน และเวลาพร้อม เราได้เจอกันแน่ๆ … มุมในฝันช่างสวยงามเสมอ และมักสิ้นสุดลง เมื่อเราได้เจอกับมันจริงๆ ใช่แล้ว

หลายคนต้องมีประสบการณ์เงิบแบบนี้มาก่อน มุมสวยๆ ที่เห็นในภาพ กับสถานที่จริงมันช่างต่างกันจริง เสมือนเจอนางในฝันตอนกลางวัน แล้วมาพบความจริงตอนล้างหน้าก่อนนอน >_< เงิบหนักจนขนาดที่มีคนให้ข้อคิดว่าทำนองว่า อย่าเชื่อภาพถ่ายสวยๆ ที่เห็น ทั้งภาพถ่าย Profile ใน Social Networking โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพถ่ายสาย Landscape ที่มักแต่งภาพกันเกินจริง โยกฟ้า เพิ่มขนาดภูเขา ใส่ดาวหมุน อัดสีดอกไม้ รวมถึงจัดฉากเอาโน่นนี่นั่นเข้ามาใส่ให้ดูเว่อร์กว่าต้นฉบับ ก็ขำขำกันไปนะครับ ผมคิดว่ามีหลากหลายเหตุผลที่เราไปมุมในฝันแล้วต้องผิดหวัง ไม่เห็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ ลองไล่เรียงดูก็มีหลายข้อด้วยกัน ดังนี้ครับ:

เมื่อมองภาพวิว ทิวทัศน์สวยๆ จากนิตยสาร หรือบน Internet เรามักคาดหวังสวยหรูที่จะได้เจอกับความงามอลังการแบบนั้น แต่แท้จริง มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลให้ภาพในฝัน แตกต่างจากของจริง เช่น สภาพแสงที่เราไปเจอ, การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์โดยรอบ รวมถึงอุปกรณ์/มุมกล้องที่เลือกใช้ เป็นต้น

Previous
Previous

ที่สุดแห่งกล้อง DSLR – Nikon D850: I am the different maker

Next
Next

เตรียมเสื้อผ้า … ไปเดิน Trail กันเถอะ